CG-Tips

สารบัญ

บทที่1 : Selection
บทที่2 : Mask
บทที่3 : Channel
บทที่4 : Channel Mixer
บทที่5 : Layer & Blending Mode
บทที่6 : Layer part2 : Adjustment Layer and the rest
บทที่7 : History Brush
บทที่8 : Photo Technique
บทที่9 : Save for web

สิ่งหนึ่งที่เป็นพื้นฐานที่สำคัญในการตัดต่อ ตกแต่ง หรือวาดภาพอะไรในโปรแกรม Photoshop นั่นก็คือ "การทำ selection" หรือการเลือกบริเวณที่ต้องการเพื่อจะเอาไปทำอะไรต่อนั่นเอง บทความนี้จะแนะนำการทำ selection ที่ผมคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ต่อเพื่อนๆทุกคนครับ

การทำ selection นั้นทำได้หลายวิธีด้วยกัน ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียของมันครับ
ทางที่ดีเราควรจะใช้ความคิดสร้างสรรค์ดูว่าภาพแบบนั้น แบบนี้ เราจะเลือกยังไงถึงจะง่ายที่สุด

วิธีการ selection หลักๆก็มีดังนี้ครับ

- TheBasic SelectionTool
-TheMagic WandTool
-The Pen Tool
-Select --> Color Range
-* Quick mask mode [ วิธีนี้เป็นวิธีที่ผมแนะนำให้ใช้ผสมผสานกับวิธีอื่นครับ ]

-The Extract filter อันนี้จะเป็นการแยกรูปที่ต้องการออกมาครับ ไม่ใช่การ selection โดยตรง

แต่ก่อนอื่นมารู้จัก ปุ่ม hotkey พื้นฐานซัก5-6อันที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นครับ

กดปุ่ม " [ "เพื่อลดขนาดแปรง
กดปุ่ม "] "เพื่อเพิ่มขนาดแปรง
Ctrl + ปุ่ม- เพื่อซูมออก
Ctrl + ปุ่ม+ เพื่อซูมเข้า
กดปุ่ม space bar แล้วลากเม้าส์เพื่อเป็นการแพนรูป
ปุ่ม Ctrl +d เพื่อเป็นการยกเลิก selection ครับ

เมื่อรู้แล้วเรามาเรียนรู้เรื่อง selection กันได้แล้วครับ

Basic Selection Tool

- Rectangular maquee
- Eliptical maquee

อันแรกก็พวก Maquee selection ก็เป้นการ selectแบบรูปทรงเรขาคณิต จำพวกสี่เหลี่ยม ไม่ก็วงกลม อันนี้ไม่มีอะไรยาก "คลิ๊กแล้วลาก" แค่นั้น แต่เทคนิคอยู่ตรงนี้ซึ่งใช้ได้กับ selection ได้ทุกแบบ

1.) กด SHIFT ขณะวาดจะได้สี่เหลี่ยมจตุรัส ไม่ก็วงกลมเป๊ะๆ หรือถ้ากดทั้ง ALT+SHIFT จะได้ selection ที่จุดที่เราเลือกเป็นจุดศูนย์กลางครับ

2.)เราสามารถเพิ่ม selection อันต่อไปเข้าไปกับอันเก่าได้ โดยการกดปุ่ม SHIFT ค้างไว้ขณะทำการ selection ครับ [สำหรับคนที่เรียนคณิตศาสตร์เรื่องเซตมาอันนี้เรียกว่าUnion ครับ ]

3.) เราสามารถทำให้ส่วนที่คาบเกี่ยวกันของ selection อันแรกกับอันที่2หายไปได้โดยการกด ALT ค้างไว้ตอนวาด selection อันที่สอง [Substract]

4.) เราสามารถเลือกเฉพาะส่วนที่คาบเกี่ยวกันของ selection ทั้งสองได้โดยการ
กด ALT+SHIFT ค้างไว้ตอนวาด selection อันที่สอง [Intersect]

- Lasso tool

- Polygonal lasso tool

อันนี้ไว้ลากแบบรูปทรงอิสระครับ ใช้ยากถ้ามือไม่นิ่งจริง
ไม่แนะนำให้ใช้เท่าไหร่ครับ

Polygonal lasso tool

อันนี้เหมาะสำหรับทำ selection รูปภาพที่เป็นเหลี่ยมๆ ไม่มีส่วนโค้งครับ

- Magnetic Lasso Tool

อันนี้จะคล้ายๆกับ Lasso Tool ครับ แต่มันจะฉลาดกว่า โดยเราไม่ต้องลากแม่นมากนัก มันจะทำการเลือกให้พอดีกับรูปเอง แต่มีข้อแม้ว่า พื้นที่ที่เราเลือกกับฉากหลังต้องมีสีที่แตกต่างกันครับ ซึ่งมีเทคนิคการใช้เล็กน้อย

- กดคลิ๊กซ้ายทีเดียวแล้วลาก พอลากไปซักระยะหนึ่งเริ่มได้รูปที่ต้องการแล้วให้กดคลิ๊กซ้ายอีกที แล้วลากต่อไป การคลิ๊กซ้ายจะเป้นการกำหนดจุดให้มัน เพื่อผลออกมาจะได้ได้ดั่งใจ
- หากไม่พอใจรูปที่ออกมา ให้กดปุ่ม Back Space เพื่อย้อนไปยังจุดที่ผ่านมา
- สามารถปรับแต่ง option bar ได้ซึ่งมีตัวเลือกดังนี้
- feather ค่าความฟุ้งของ selection
- width เลือกว่าแม่เหล็กนั้นจะส่งผลได้ไกลแค่ไหน
- contrast ค่าความแตกต่างของสี ที่แม่เหล็กจะนำมาคำนวณ
- frequency คือความถี่ของการปราฏสี่เหลี่ยมเล็กๆเวลาใช้ทูลนี้

เพื่อนๆก็ลองเล่นๆดูละกันครับ น่าจะเข้าใจไม่ยากนัก

Magic Wand Tool

ใช้เลือกบริเวณที่มีสีใกล้เคียงกับบริเวณที่ไม้วิเศษจิ้มลงไป

สามารถกำหนดค่าความใกล้เคียงของสีที่จะส่งผลได้ โดยปรับค่า Tolerance ใน option bar ครับ ยิ่งมากยิ่งกินสีอื่นมาก มีประโยชน์มากครับ สำหรับรูปที่มี BG สีตัดกับ Foreground อย่างชัดเจน

Pen Tool

ทูลนี้เหมาะกับคนที่คล่องในการใช้ Pen Tool เช่นคนที่เล่น Illustratorน่าจะชำนาญมาก

เป็นการใช้ Pen Tool ในการสร้าง Path ก่อน [ ต้องเลือก Option ของ Tool ให้เป็น Path นะครับไม่ใช่ Shape Layer ] หลังจากนั้น ก็แปลงให้ Path กลายเป็น Selectionภายหลัง โดบกดคลิ๊กขวา แล้วเลือก Make Selection

Select --> Color Range

วิธีใช้ ก็เลือกเมนู Select แล้วกด Color Range

เหมาะกับการเลือกพื้นที่ที่มีสีแตกต่างไปจากส่วนอื่นอย่างชัดเจน

โดยมันจะให้จิ้มบริเวรที่ต้องการเลือก แล้วให้เราปรับว่า จะให้กินพื้นที่สีที่คล้ายคลึงกับสีนั้นด้วยมากแค่ไหน ยิ่งลาก Fuzziness มากก็จะยิ่งกินมาก
โดยที่จะแสดงบริเวณที่ถูกเลือกด้วยสีขาว บริเวณที่ไม่ถูกเลือกด้วยสีดำ

ซึ่งวิธีนี้มักจะให้ผลลัพท์ที่ยังไม่ตรงใจนัก ควรนำไปตกแต่งต่อด้วย Quick Mask Mode ที่จะแสดงต่อไปครับ

Quick Mask Mode

วิธีเข้าโหลดนี้ ให้กดไอคอน Edit in Quick Mask Modeที่อยู่บริเวณล่างๆของ Tool bar ครับ ดังรูปด้านซ้ายมือ

วิธีใช้คือให้ระบาย หรือถมสีด้วยวิธีใดก็ได้ลงไปในภาพ จะใช้บริเวณที่ถมจะเป็นสีแดง(เราสามารถเปลี่ยนสีได้ตามใจชอบโดยการกดดับเบิ้ลคลิ๊กปุ่มที่เอาไว้เข้าโหมดนี้ครับ )

ถ้าหากไม่พอใจก็ใช้ยางลบลบได้ สีแดงก็จะหายไปครับ

หลังจากนั้นตกแต่งตามต้องการ โดยบริเวณที่ไม่ได้เป็นสีแดง ก็จะกลายเป็นบริเวณที่ถูกเลือกเมื่อกลับสู่โหมดปกติครับ

ซึ่งเมื่อลองกดปุ่มEdit in Standard Mode ที่อยุ่ด้านข้าง ก็จะกลับมาสู่โหมดปกติ

ซึ่งกลับกัน ถ้าหากเราทำการ selection ด้วยวิธีอื่นๆดังที่กล่าวมาทั้งหมด แล้วกดเข้ามายังโหมด Quick Mask เราก็สามารถแก้ไข selection ที่ทำไว้แล้วโดยละเอียดขึ้นไปอีกได้ครับ

วิธีแยกรูปแบบพิเศษ

Extract Filter

เข้าโดย
เลือกเมนู Filer--> Extract

เหมาะกับการเลือกรูปที่มีลักษณะเป็นเส้นผม หรือขนสัตว์ที่ฟุ้งๆ

แต่ก่อนที่จะทำนั้น ผมแนะนำให้ duplicate layerที่เราจะทำสำรองไว้ก่อนครับ เพราะถ้า extract แล้วมันจะลบฉากหลังทิ้งไปเลย


โดยที่อุปกรณ์หลักๆจะมี ปากกาไฮไลท์
ซึ่งวาดออกมาแล้วจะมีสีเขียว (ถ้าไม่ได้ปรับอะไร)
กับกระป๋องเทสี ที่เทออกมาแล้วจะมีสีฟ้า
วิธีใช้ทำดังนี้ครับ
1.) ใช้ปากกาไฮไลท์ลากบริเวณขอบที่เราต้องการตัด ส่วนตัวแล้วเท่าที่ผมลองพยายามอย่าลากกินเข้าไปในรูปที่ต้องการมากนักจะดีที่สุด ให้กินเข้าไปนิดเดียว
2.) ให้ใช้ประป๋องเทสี เทสีเข้าไปตรงรูปที่เราต้องการ
3.) กดปุ่ม Preview เพื่อดูผลลัพธ์
โดยสามารถเลือกฉากหลังให้เป้นสีขาว สีดำ หรือว่าโปร่งใสก็ได้
4.) หลังจากนั้นใช้ Clean Up tool กับ Edge Touch Up Tool ในการตกแต่งขั้นสุดท้าย[ กดปุ่ม 1-9 เป้นการกำหนดความหนักเบาของหัวแปรง ]
แล้วกด OK เพื่อเป็นการตกลงผลลัพธ์

เพิ่มเติมนิดนึง เราสามารถกลับการ selection ได้นะครับ คือให้ ส่วนที่เลือกไว้กลายเป้นไม่ได้เลือก ส่วนที่ไม่ได้เลือกกลายเป็นถูกเลือกแทน
โยการเลือกไปที่ select --> inverse ครับ

อ่อ ท้ายสุดแล้ว
เราสามารถ save เอา selection ที่เราทำไว้
เอาไว้ใช้ในครั้งต่อๆไปในภายภาคหน้าได้นะครับ

โดยกด select --> save selection ครับ
ถ้าจะเอามาใช้ก็ select --> load selection ครับ

ป.ล. แต่ต้อง save ไฟล์เป็น .psd นะครับ

วันนี้คงต้องพอแค่นี้ครับ


edit @ 2006/09/10 02:39:57
edit @ 2006/09/10 13:37:39


edit @ 2006/09/12 10:16:44
edit @ 2006/09/12 19:56:15
edit @ 2006/09/28 21:25:19

สารบัญ

บทที่1 : Selection
บทที่2 : Mask
บทที่3 : Channel
บทที่4 : Channel Mixer
บทที่5 : Layer & Blending Mode
บทที่6 : Layer part2 : Adjustment Layer and the rest
บทที่7 : History Brush
บทที่8 : Photo Technique
บทที่9 : Save for web

จากในตอนที่1 เราทำความคุ้นเคยกับการทำ Selection กันไปเรียบร้อยแล้ว
มาตอนที่ 2 นี้เรามารู้จักพี่น้องฝาแฝดของ Selection นั่นก็คือ Mask

ในตอนที่แล้วเราก็ได้ลองใช้ Mask ไปนิดหน่อยแล้วด้วยในเรื่องของ Edit in Quick Mask
ซึ่งอาจจะยังงงๆอยู่ว่ามันคืออะไรกันแน่ มาตอนนี้เราจะมาไขข้อสงสัยกันครับ

mask นั้น แท้จริงแล้วมันก็คือ selection นั่นแหละครับ แต่เป็น selection ที่แปลงกายไปอยู่ในอีกรูปแบบหนึ่งเท่านั้นเอง เรามาลองดูกันครับ

หากเราทำการ selection ธรรมดาๆไว้
(ในที่นี้ผมทำเป็นวงรี )
เมื่อเรา ระบายสี หรือทำอะไรก็ตาม
มันจะมีผลเฉพาะบริเวณที่อยู่ในselection เท่านั้น (เช่นที่ผมระบายสีเขียว )

อันนี้เป็นเรื่องพื้นฐาน ที่ไม่บอกก็คงรู้

แต่ว่า mask มันก็อย่างนี้แหละครับ
มาดูต่อกันเลย

ที่นี้ลอง undo กลับไป ใช้ selection เหมือนเดิม แต่คราวนี้มากดที่ปุ่ม Add Layer Maskแทน

[ เรื่องคำว่า layer ผมคงไม่พูดถึงพื้นฐานนะครับ มันก็ใช้หลักการเหมือนแผ่นใสธรรมดา ไม่น่าเข้าใจยาก ]

จากนั้นจะปรากฏ Mask layer ขึ้นมาดังรูปครับ
ให้ลองกดรูปโปร่งใสที่มีลูกศรชี้อยู่ แล้วลองระบายสีลงไปในรูปหลักของเรา จะเห็นว่า ผลลัพธ์เหมือนเราทำ selection แหละครับ บริเวณที่ Mask สีดำ เราจะทำอะไรไม่ได้

มันเหมือนกับเอาเทปกาวมาแปะไว้ ตรงบริเวณสีดำ ตรงสีขาวก็เว้นช่องไว้ พอเอาสีมาทา มันก็จะติดเฉพาะที่เป็นสีขาวMaskมันใช้หลักการแบบนี้แหละครับ


ซึ่งนอกจาก Mask จะมีสีขาว กับสีดำแล้ว มันยังไล่สีเทาที่อยู่ระหว่าง สีขาว ถึงดำด้วยครับ
ถ้ายิ่งขาวก็จะยิ่งมีผลมาก ยิ่งมืดก็จะยิ่งไร้ผล ถ้างงก็ดูตัวอย่างนี้ครับ

ผมลองไล่สีแบบ gradient ลงไปใน mask layer
ผลลัพธ์ที่ได้เป็นดังรูปครับ ตรงไหนเป้นส่วนสีขาว ก็จะมองทะลุไปถึง layerด้านล่าง (ที่เป้นสีชมพู ) ตรงไหนเป้นสีดำ ก็จะเห็นแต่ layerบน

ก็หมดแล้วครับ สำหรับส่วนของ mask ซึ่งจริงๆก็ไม่ต่างจาก selection เลยล่ะครับ -_-"

บทต่อไปจะเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการตกแต่งภาพระดับมืออาชีพ แต่กลับไม่ค่อยมีคนสนใจนัก นั่นก็คือ เรื่อง Channel ครับ



edit @ 2006/09/10 02:40:37
edit @ 2006/09/12 19:56:03
edit @ 2006/09/28 21:25:12
edit @ 2006/12/29 10:08:56

สารบัญ

บทที่1 : Selection
บทที่2 : Mask
บทที่3 : Channel
บทที่4 : Channel Mixer
บทที่5 : Layer & Blending Mode
บทที่6 : Layer part2 : Adjustment Layer and the rest
บทที่7 : History Brush
บทที่8 : Photo Technique
บทที่9 : Save for web

ในที่สุดเราก็มาถึงเรื่องของ Channel ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายๆคนอาจจะสับสนอยู่ ซึ่งผมยอมรับเลยว่าตอนแรกๆที่ศึกษา Photoshop นั้น ผมไม่ใช้ Channel เลย เพราะใช้ไม่เป็นอย่างแรง และก็ไม่ค่อยมีที่ไหนที่อธิบายด้วย แต่หลังจากได้ศึกษาแล้วพบว่ามันมีประโยชน์มากแบบที่ วิธีอื่นทำให้ผลลัพท์แบบที่การเล่นกับ channel นี้ไม่ได้แน่ๆ

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า channel คืออะไร?

แต่ย้อนกลับไปกว่านั้นอีก ถ้าเราจะเข้าใจเรื่องของ channel เราต้องเข้าใจเรียงของสีก่อน

ระบบสีใน photoshop มีอยู่หลายประเภทแต่ผมจะแนะนำแค่2ประเภทนั่นก็คือ

- สีแบบ RGB= หมายความว่าภาพนั้นจะประกอบไปด้วย Red(แดง) Green(เขียว) Blue(น้ำเงิน) เป็นแม่สีแบบแสง สำหรับภาพที่ใช้กับทีวี จอคอมพิวเตอร์ ใช้กันบนเว็บไซต์ เป็นต้น เป็นสีแบบสัญลักษณ์ทีวีช่อง 7 อ่ะครับ เมื่อทั้งสามสีเกิดการผสมกันก็จะหลายเป็นสีขาว นั่นเอง RGB เป็นแบบนี้นะครับ
- สีแบบ CMYK = หมายความว่าภาพนั้นจะประกอบไปด้วย Cyan(สีฟ้าเขียว) Magenta(สีม่วงแดง) Yellow(สีเหลือง) blacK(สีดำ) เป็นระบบสีที่ใช้กับการพิมพ์ครับ เช่นนิตยสาร หนังสืออะไรพวกนี้ ถ้าเราจะพิมพ์ภาพเราต้องปรับโหมดสีให้กลายเป็น CMYK ครับ ไม่งั้นสีตอนพิมพ์ออกมาอาจจะไม่ตรงดั่งใจก็ได้

ถ้าเพื่อนๆเข้าใจจุดนี้ เพื่อนๆก็เริ่มจะเข้าใจ Channel แล้วล่ะครับ เพราะ Channel ก็คือช่องสีต่างๆเหล่านี้นั่นเอง ภาพแบบ RGB ก็จะมี 3 Channel คือ Red Green Blue แบบ CMYK ก็จะมี 4 Channel คือ Cyan Magenta Yellow blacK นั่นเอง

- tips-

ในแต่ละ Channel จะมีสีที่มีจำนวน 8 bit ดังนั้นภาพแบบ RGB จะเป็นภาพ 8x3 = 24 bit
ในแต่ละ Channel จะมีสีที่มีจำนวน 8 bit ดังนั้นภาพแบบCMYK จะเป็นภาพ 8x4 =32 bit



เราทำความเข้าใจกับสีแบบ RGB กันก่อนนะครับ

ลองมาดูภาพตัวอย่างอันนี้ครับ

เพื่อนๆลองเปิดภาพอะไรก็ได้ แล้วลองทำตามนี้นะครับ แต่แนะนำให้เป็นภาพที่มีสีแดง สีเขียว และก็สีน้ำเงินครับ จะได้เข้าใจง่ายๆหน่อย

ให้เปิด windows-->channel ขึ้นมาครับ
(รูปที่แสดงใน channel ทำให้ใหญ่ขึ้นได้ โดยกดปุ่มสามเหลี่ยม ที่อยู่ด้านบนขวา แล้วเลือก palette optionครับ )

จะเห็นว่า มี3channel ประกอบกันรวมเป็นภาพที่สมบูรณ์นะครับ

ลองคลิ๊กที่ channel Red ดูนะครับ จะได้ดังนี้ครับ

มันหมายความว่ายังไง? ผมจะอธิบายเดี๋ยวนี้แหละครับ

ในแต่ละ Channel นั้นจะแสดงปริมาณของสีใน Channel นั้นๆด้วยสีโทนขาวดำ
ยิ่งเป็นสีขาว แสดงว่ามีสีใน Channel นั้นมาก ถ้าเป็นสีดำแปลว่าไม่มีสีใน Channel นั้นเลย

ดังรูป บริเวณที่เป็นผมของอาสึกะ (ผู้หญิงคนขวา ) จะเห็นว่ามันออกจะเป็นสีขาว ( แปลว่ามีสีแดงมาก )
ในทางกลับกัน ตรงบริเวณใบไม้ในตะกร้าจะออกเป็นสีดำ แปลว่ามันแทบไม่มีสีแดงเลยครับ

ที่นี้บางคนอาจจะสงสัยว่า แล้วตรงอื่นที่เป็นสีขาว ทำไมในรูปจริงถึงไม่ออกเป็นสีแดงล่ะ?
จริงๆแล้วตรงที่เป็นสีขาวนั้น ก็มีสีแดงเต็มที่เลยครับ แต่ทว่า ใน channel อื่นๆก็มีสีอื่นเต็มที่เช่นกัน

จำที่เคยบอกได้มั๊ยครับว่า ถ้าสี Red + Green + Blue มันจะกลายเป็นสีขาว นั่นแหละครับ เหตุผลล่ะ

จะให้เห็นชัดกว่านั้น ต้องดูนี่ครับ
จะเห็นได้ชัดเลยว่า แต่ละ channel นั้นเป็นแค่รูปวงกลมเท่านั้น ลองจินตนาการเหมือน spot light ส่องออกมาเป็นแสงสีแดง เขียว น้ำเงิน มาผสมกันครับ

Red + Green ได้ Yellow
Red + Blue ได้ Magenta
Green + Blue ได้ Cyan
Red + Green + Blue จะได้ White ครับ

เอาล่ะครับ พอรู้จัก RGB กันไปบ้างแล้ว เราลองมาทำความรู้จักกับ CMYK กันบ้างดีกว่า

ผมจะใช้รูปเดิมละกันนะครับ

เปลี่ยนโหมดสีรูปเป็น CMYK โดย
Image --> Mode --> CMYK ครับ

จะเห็นว่า มี4channel ประกอบกันรวมเป็นภาพที่สมบูรณ์นะครับ

ลองคลิ๊กที่ channelCyan ดูนะครับ จะได้ดังนี้ครับ

มันหมายความว่ายังไง? ผมจะอธิบายเดี๋ยวนี้แหละครับ

โหมด CMYK นั้นจะตรงข้ามกับ RGB นะครับ

ในแต่ละ Channel นั้นจะแสดงปริมาณของสีใน Channel นั้นๆด้วยสีโทนขาวดำ
ยิ่งเป็นสีขาว แสดงว่าไม่มีสีใน Channel นั้นเลย ถ้าเป็นสีดำแปลว่ามีสีใน Channel นั้นมาก

ดังรูป บริเวณที่เป็นผมของเรย์(ผู้หญิงคนซ้าย ) จะเห็นว่ามันออกจะเป็นสีดำ ( แปลว่ามีสีฟ้าเขียวมาก )
ในทางกลับกัน ตรงบริเวณผมของอาสึกะจะออกเป็นสีขาว แปลว่ามันแทบไม่มีสีฟ้าเขียวเลยครับ

และคงต้องยกตัวอย่างแบบชัดๆกันอีกทีครับ

จะเห็นได้ชัดเลยว่า แต่ละ channel นั้นเป็นแค่รูปวงกลมเท่านั้น

ลองจินตนาการเหมือนเอาสีน้ำ มาละเลงเป็นวงกลมให้เหลื่อมกันครับ

Cyan+Magenta ได้ Blue
Magenta+Yellow ได้ Red
Cyan+Yellow ได้ Grren

แต่สีเหล่านี้ผสมกันยังไงก็จะไม่ได้สีดำสนิทครับ จึงต้องมีสีดำมาถมอีกทีนึงนั่นเอง

อันนี้จริงๆ นึกถึงตอนผสมสีวิชาศิลปะได้เลยครับ (แดง+เหลือง = ส้ม , น้ำเงิน + เหลือง = เขียว , น้ำเงิน + แดง = ม่วง )

เอาล่ะครับ เราเข้าใจเรื่องของ channel สี กันพอสมควรแล้ว ( หวังว่านะครับ เหอๆ )

คราวนี้มาพูดกันเรื่องสุดท้ายของ channel นั่นคือ Alpha Channel
โอ๊ะ มันคืออะไรกัน ชื่อเท่ชะมัด เรามารู้จักกับมันได้เลยครับ

Alpha Channel

จริงๆถ้าเพื่อน อ่านเรื่องของ การ save selection ไปแล้ว เพื่อนๆก็รู้จัก Alpha Channel ไปเรียบร้อยแล้วครับ ไม่เชื่อ เพื่อนๆลองทำตามนี้ครับ

ผมลองทำ selection รอบๆตัวหนูเรย์คนนี้ครับ

หลังจากนั้นกด Seelct --> save Selection อย่างทีเคยทำมา
หรือว่าจะกดปุ่ม ที่ลูกศรผมชี้ไปก็ได้ครับ มันจะเป้นการทำให้ selection กลายเป็น alpha channel ซึ่งเราจะทำ alpha channel ไว้กี่อันก็ได้ครับ ไม่ได้จำกัดว่าต้องมีอันเดียว

บริเวณที่เป็นสีขาวคือบริเวณที่ถูกเลือกไว้ครับ ซึ่งเป็นเหมือนกันทั้งโหมด RGB และ CMYK ครับ

เราสามารถเปลี่ยน Alpha Channel ให้กลายเป็น selection ได้โดยการกด Ctrl+Click ที่ Alpha Channel ครับ

อีกทั้งยังสามารถแก้ไข alpha channelได้เช่นเดียวกับ quick mask ครับ คิดซะว่า alpha channel คือ quick mask แบบสีขาวดำละกันนะครับ



เอาละครับ เมื่อเราเข้าใจเรื่องของ Channel แล้ว บทต่อไป จะเอามันมาประยุกต์ทำอะไรแบบนี้ครับ


นั่นคือเรื่องของ Channel Mixer ครับ ซึ่งเป็นเทคนิคที่นิยมมากในการเปลี่ยนสีจากสีหนึ่งกลายเป็นอีกสีหนึ่ง หรือเปลี่ยนภาพสีกลายเป็นขาวดำครับ (แน่นอนว่ามันทำดีกว่า image --> gray scale เป็นร้อยเท่าครับ!! )เจอกันครั้งหน้าครับ


edit @ 2006/09/10 14:50:07


edit @ 2006/09/10 16:40:52
edit @ 2006/09/12 19:55:46
edit @ 2006/09/28 21:25:05
edit @ 2006/12/29 10:09:02


Sira Ekabut
View full profile