สารบัญ
บทที่1 : Selection
บทที่2 : Mask
บทที่3 : Channel
บทที่4 : Channel Mixer
บทที่5 : Layer & Blending Mode
บทที่6 : Layer part2 : Adjustment Layer and the rest
บทที่7 : History Brush
บทที่8 : Photo Technique
บทที่9 : Save for web
และแล้วก็มาถึงเรื่อง Layer ครับ เรื่อง Basic แต่ก็มีอะไรน่าสนใจอยู่มากมายเลยทีเดียว
สำหรับคนที่ไม่รู้ว่า Layer มันคืออะไร ผมอยากจะให้ลองนึกถึงแผ่นใส ที่เอามาซ้อนกันเป็นชั้นๆครับ เช่น
ผมขอเอารูปที่ฝรั่งเค้าทำไมละกันครับ
![]() | Layer นั้นเปรียบเสมือนแผ่นใสที่ซ้อนกันเป็นชั้นๆครับ |
![]() | - เราสามารถเลือกแต่ละ layer เพื่อแก้ไขเฉพาะ Layer นั้นๆโดยจะไม่ส่งผลไปยังlayerอื่นๆได้ครับ หรือสามารถปรับแก้ไขอะไรได้อีกหลายๆอย่าง เช่น ความโปร่งใสของ layerนั้น หรือแม้กระทั้ง blending mode ซึ่งจะกล่าวต่อไปครับ - เราสามารถเปลี่ยนลำดับการเรียงของแผ่นใสได้ โดยการคลิ๊กแล้วลากเปลี่ยนตำแหน่งครับ - สามารถ ลบ layer ทิ้งโดยการกดที่ถังขยะครับ |
![]() | แต่ละ Layer ถูกนำมาซ้อนกันเป็นภาพที่สมบูรณ์ครับ |
ทีนี้พอจะเห็นภาพคร่าวๆกันแล้ว ซึ่งที่กล่าวไปแล้วเป็นสิ่งที่เป็นพื้นฐานมากๆ แต่ก็สำคัญมากครับ
ต่อไปเรามาทำความรู้จัก Layer ให้ลึกขึ้นไปอีกหน่อยครับ
![]() | มาลองดูรูปของ Tohsaka Rin สาวสวยจาก Fate/Stay Night กันครับ ( เป็นรูปที่ผมเตรียมใช้กับเว็บที่ผมกำลังทำอยู่ ไว้วันหลังจะมาโฆษณา ช่วยๆกันเข้าหน่อยนะครับ อิอิ ) |
![]() | Layer palette - รูปดวงตาที่เปิดอยู่แสดงว่าเราเลือกที่จะมอง layer นั้น หากจะไม่มองให้กดที่ดวงตาอีกทีครับ - เราสามารถปรับค่าความโปร่งใสของแต่ละ layer ได้โดยปรับที่ค่า %Opacity หรือ %Fill ครับ ซึ่ง ทั้ง2อย่างนี้จะแตกต่างกันที่ - สามารถรวม layer ได้โดยกดปุ่นสามเหลี่ยม แล้ว merge down , merge visible หรือ ไม่ก็ Flatten image ครับ Tips : - เราควรจะตั้งชื่อ layer ด้วยทุกครั้งครับ ( เพราะว่าหากทำภาพที่ซับซ้อนแล้ว มันจะมีหลาย layer จนทำให้สับสนได้ครับ ) โดยการดับเบิ้ลคลิ๊กที่ ชื่อ layer ซึ่งในที่นี้ผมตั้งว่าRin , sakura bg - layerล่างสุดนั้นคือ ภาพดั้งเดิม ตั้งแต่เปิดหรือสร้างไฟล์ขึ้นมา มันจะแก้ไขไม่ได้ครับผมแนะนำให้ duplicate layer Background ออกมาอีกอัน แล้วลบอันเก่าทิ้งไปก็ได้ครับ Background อันใหม่ของเราจะแก้ไขได้แล้ว |
![]() | Lock - Lock image pixel ตรงข้ามกับอันที่แล้วครับ อันนี้เราจะแก้ไขได้เฉพาะบริเวณที่เป็นตารางหมากรุกเท่านั้น - Lock position อันนี้เราจะไม่สามารถ move รูปภาพ layerนั้นได้ครับ แต่จะแก้ไขได้ - Lock all อันนี้ชื่อก็บอกแล้วครับว่า แก้ไขอะไรใน Layer นี้ไม่ได้เลย |
![]() | Blending Mode ถ้าหากเพื่อนๆลองคลิ๊กที่ผมวงกลมไว้ จะปรากฏเมนูดังรูปครับ เรียกว่า Blending Mode ซึ่งจะมีตัวเลือกให้เลือกมากมาย แต่โปรแกรมก็จะจัดเป็นกลุ่มๆโดยอาศัยความคล้ายคลึงกันไว้ให้เราแล้วครับ หนังสือสอนใช้ photoshop หลายๆเล่มที่ผมเคยอ่าน เค้าไม่ได้อธิบายเลยครับว่า แต่ละอันคืออะไร ต่างกันอย่างไร ผมเลยคิดว่าคงมีหลายๆคนอยากรู้เหมือนผมแน่ๆเลย ผมเลยไปค้นหาบทความภาษาอังกฤษอ่านแล้วลองทดสอบด้วยตนเองดู ผลที่ได้ก็ตามนี้ครับ
-Normal แบบปกติ ก็จะเห็นภาพทึบๆธรรมดาๆ layerบนจะไม่ปนกับ layer ล่าง |
DarkenVS Lighten สองโหมดนี้จะตรงข้ามกัน | MultiplyVSScreen สองโหมดนี้จะตรงข้ามกัน |
|
- Multiply เป็นหนึ่งในmodeที่เข้าใจง่าย มันจะผสมสอง layerเข้าด้วยกัน เหมือนกับการใช้ปากกาไฮไลท์ระบายสีในชีวิตจริง มันจะทำให้ภาพสีเข้มขึ้นเท่านั้น ไม่มีทางอ่อนลงโดยใช้ค่าสีจาก layer บน ส่วนไหนที่เป็นสีเข้มก็จะเข้มขึ้นมาก ส่วนตรงไหนที่เป็นสีขาวก็จะไม่มีผล ( มองทะลุเลย ไม่ผสม ) |
|
- Screen มันจะผสมสีทำให้ภาพสีอ่อนลงเท่านั้น ไม่มีทางเข้มขึ้นโดยใช้ค่าสีจาก layer บน ส่วนไหนที่เป็นสีขาวมากก็จะอ่อนลงมาก ส่วนตรงไหนที่เป็นสีดำก็จะไม่มีผล |
ถ้าหากยังสับสนระหว่าง Darken กับ Multiply ให้ลอง dulpicate layer ซักอันขึ้นมา แล้วลองปรับเป็น darken ดู
จะพบว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ( เพราะว่ามันแสดงแค่ layer เดียวอันใดอันหนึ่งที่เข้มกว่า ภาพจึงออกมาเหมือนเดิม ) | แต่ถ้าหากใช้ multiply
ผลลัพธ์จะพบว่าภาพเข้มขึ้นเสมอ เพราะมันเอา 2 layer มาผสมกันนั่นเอง |
| Overlay VS Hard Light คู่แฝดสลับร่าง - Overlay เป็นโหมดที่จะผสมผสานระหว่าง Multiply กับ Screen ปกติ แต่ถ้าเป็น Overlay มันจะพยายามผสมผสานทั้งคู่ ถ้าlayerข้างล่าง layerที่ถูกblend มีสีเข้มกว่าสีเทา 50% มันก็จะทำการ Screen ถ้าlayerข้างล่าง layerที่ถูกblend มีสีอ่อนกว่าสีเทา 50% มันก็จะทำการ Multiply |
![]() | - Hard Light Hard Lightมันจะทำคล้ายๆกับทำ Overlay ที่เรียง Layer สับที่กันครับ ถ้าไม่เชื่อก็ลองดูตัวอย่างข้างล่างนี่ครับ |
![]() |
|
![]() |
|
![]() | - Soft Light คล้ายๆกับ Overlay แต่จะผสมการ blending โดยไม่พยายามคงสภาพของ Hilights และ Shadow ของเดิม |
![]() | Color Dodge VS Color Burn - Color Dodge คล้ายๆกับ screen โดยจะส่งผลให้ภาพสว่างขึ้น และก็เหมือนใช้ Dodge Tool ละเลงเล่นซะมากกว่า สีดำจะไม่มีผล |
![]() | - Color Burn ตรงข้ามกับ Color Dodge โดยจะส่งผลให้ภาพสีสดสุดๆ และก็เหมือนใช้Burn Tool ละเลงเล่นซะมากกว่า สีขาวจะไม่มีผล |
![]() |
จะทำการ Burn หรือ Dodge สี โดยจะ Burn หาก blend color และจะ Dodge หาก blend color สว่างกว่าสีเทากลาง (50%gray) โดยจะใช้การปรับเปลี่ยน contrast |
![]() | - Linear Light เหมือนกับ Vivid Light แต่จะใช้การปรับเปลี่ยน Brightness แทน Contrast |
![]() | - Difference เหมือนเป็นการ invertสีโดยจะเปลี่ยนเฉพาะค่า colorไม่ใช่ค่าbrightness ใช้หลักการดังนี้ ในแต่ละ channel * ดูค่า Color ได้ที่ Info Palette ครับ ดังนั้นถ้ามีอันใดอันหนึ่งค่าสีเป็นสีขาว(color value 255)ผลที่ได้ก็จะเหมือน invert เลย ถ้าเป็นสีดำ(color value 0)ก็จะไม่มีผลอะไรครับ การสลับลำดับ Layer นั้นไม่มีผลกับ mode นี้ครับ ถ้าเกิดยังงงๆอยู่ ก็ดูภาพอธิบายด้านล่างนี่ครับ |
![]() นี่ค่าสีของ Layer บนครับ R=234 , G=116 , B=151 | ![]() อันนี้ค่าสีของ layer ล่างครับ R=73 , G=171 , B=254 |
![]() | เมื่อทำการ difference แล้ว pixel ตำแหน่ง X=2.80 Y=3.00 R : 234-73 = 161 ถูกต้องใช่ไหมครับ ^ ^ คงจะพอเข้าใจ Difference แล้วสินะครับ - ส่วน Exclusion จะคล้ายๆกัน แต่ว่าจะมี contrast น้อยกว่าครับ |
![]() | พี่น้องทั้ง4 มันจะทำการ blend โดย ใช้ค่าสี ( Hue ) จาก Blend layer แต่จะพยายามใช้ค่า Saturationและ Luminance(Brightness) จาก Base Layer |
![]() นี่ค่า HSB ของ Layer บนครับ(blend layer)กดดูได้โดยเลือก palette option ของ info palette ครับ H=342 , S=50 , B=92 | ![]() นี่ค่า HSB ของ Layer ล่างครับ (base layer ) H=208 , S=71 , B=99 |
![]() | เมื่อทำการHue แล้ว pixel ตำแหน่ง X=2.80 Y=3.00 H:342 = เหมือน blend layer เป๊ะ |
![]() | - Saturation คล้ายๆกับ Hue ครับ แต่คราวนี้มันจะทำการ blend โดย ใช้ค่าความอิ่มสี (Saturation ) จาก Blend layer แต่จะพยายามใช้ค่าHueและ Luminance(Brightness) จาก Base Layer |
![]() | Blend :H=342 , S=50 , B=92 ผลลัพธ์ :H=207 , S=54 , B=85 พิสูจน์แล้วไม่ตรงแต่พอใกล้เคียงครับ... |
![]() | -Color อันนี้ก็มาแบบเดียวกันอีกแล้วครับ แต่คราวนี้มันจะทำการ blend โดย ใช้ค่าHueและSaturationจาก Blend layer แต่จะพยายาม ใช้ค่า Brightness จาก Base Layer |
![]() | Blend :H=342 , S=50 , B=92 ผลลัพธ์ :H=342 , S=51 , B=90 |
![]() | -Luminosity คราวนี้มันจะทำการ blend โดย ใช้ค่าBrightness จาก Blend layer แต่จะพยายาม ใช้ค่า HueและSaturation จาก Base Layer Tips:ใช้กำจัดสีแตกๆที่เกิดจากเวลาทำ sharpen filter ได้ด้วยครับ |
![]() | Blend :H=342 , S=50 , B=92 ผลลัพธ์ :H=208 , S=69 , B=100 ตัวอย่างนี้ไม่ตรงนักครับ แต่มันเป็นแบบนี้แหละครับ -_-" ลองพิสูจน์ดูเอาก็ได้ครับ |
| ส่วน Blending Mode อันอื่นผมขอไม่พูดถึงละกันครับ แค่นี้ก็เยอะแล้วล่ะ... |
สำหรับบทนี้ขอพอแค่นี้ก่อนครับ แค่นี้สมองก็คงใกล้จะระเบิดแล้ว...
ไว้ต่อในบทหน้าใน Layer ภาค2 : Adjustment Layer และอื่นๆ
edit @ 2006/09/12 19:34:08
edit @ 2006/09/12 19:57:03
edit @ 2006/09/28 21:24:30
edit @ 2006/12/29 10:09:20







































ได้ความรู้เยอะเลยขอบคุณมากนะคะ

